คาดวีคหน้าป่วยโควิดพุ่ง! เตือนระลอก2ส่อหนักกว่าเดิม

“หมอโสภณ”คาดสัปดาห์หน้ายอดผู้ป่วยโควิด-19 พุ่ง เหตุปชช.ออกตะลอนหลังรัฐผ่อนปรน เตือนอย่าประมาท หลายประเทศยอดระบาดรอบสองทะยานมากกว่าครั้งแรก

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวถึงมาตรการการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ภายหลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนให้กับประชาชน ว่า ประชาชนมีการเดินทางมากขึ้นทำให้เกิดการพบปะกันมากขึ้นจึงมีความเสี่ยงที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า ดังนั้นมาตรการสำคัญที่รัฐบาลแนะนำต้องดำเนินการต่อไป
                
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนร่วมมือกันคงความระมัดระวัง เพื่อให้มั่นใจว่าโรคจะไม่กลับมาแพร่ระบาดอีก อย่างไรก็ตามหลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนก็ทำให้ประชาชนออกมาออกกำลังกายและออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ากันมากขึ้น แต่ภาพรวมทุกคนยังมีความตระหนักป้องกันโรคด้วยการสวมหน้ากาก รวมถึงเว้นระยะห่างระหว่างกันให้มากกว่า 2 เมตร

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกว่าประเทศต่างๆมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ดังนั้นการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะต้องเฝ้าระวังเพื่อจะได้ทราบว่ามีการกลับมาของโรคในชุมชนหรือไม่ ดีที่สุดคือการป้องกัน แต่โอกาสที่เชื้อจะกลับมาใหม่เป็นไปได้ เพราะประชาชนมีการพบปะกันมากขึ้น และบางกิจกรรมมีความเสี่ยง เช่น การตั้งวงรับประทานอาหาร หรือการดื่มสุราร่วมกัน  ซึ่งหลายจังหวัดก็เฝ้าระวังและค้นหาคัดกรองผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยในชุมชน พร้อมกันนี้เราต้องเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงในสถานที่แออัด เช่น เรือนจำ หรือที่พักแรงงานต่างด้าว ที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงไปค้นหาอย่างเข้มข้น แต่ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ

“จากบทเรียนในอดีตการแพร่ระบาดของโรคสายพันธุ์ใหม่ พบกว่าการระบาดมีหลายระลอก โดยระลอกที่ 1 ประเทศส่วนใหญ่สามารถรับมือได้ดี เพราะมีจำนวนผู้ป่วยไม่มาก แต่มีบางประเทศ และบางเมืองที่มีการระบาดในระลอกที่ 2 อย่างรุนแรง เพราะประชาชนคลายความตระหนักการป้องกันโรค ซึ่งเราเองไม่สามารถประมาทได้ว่าจะมีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 รอบ2หรือไม่ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือคงมาตรการที่มีความสำคัญและมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันโรคและการแพร่เชื้อได้มากที่สุด ประชาชนต้องร่วมมือกันดำเนินการตามคำแนะนำของภาครัฐ ส่วนประเทศไทยเราอยู่ระหว่างรอยต่อระลอกที่ 1 หวังว่าจะไม่เจอระลอกที่ 2” นพ.โสภณ กล่าว

เมื่อถามว่า กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการรองรับการแพร่ระบาดรอบ 2 อย่างไร นพ.โสภณ สิ่งที่ป้องกันการแพร่ระบาดคือมาตรการพื้นฐาน และมาตรการจำเพาะที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของประชาชน สิ่งที่ทางแพทย์จะดูเป็นสัญญาณการแพร่ระบาดรอบ 2 หรือไม่นั้น คือสัญญาณชี้วัดการติดเชื้อทางระบบเดินหายใจ แม้ว่าจะไม่ได้มีแต่โรคโควิด -19 แต่แพทย์ก็เฝ้าระวังโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่นๆด้วย เช่นไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นในช่วงสัปดาห์นี้ทางหน่วยงานต่างๆจะเฝ้าระวังติดตามโรคทางเดินหายใจที่มีโอกาสพบ และตรวจหาว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเกิดโรค 

พร้อมทั้งติดตามจำนวนผู้ที่ส่งตรวจเชื้อโรคโควิด-19 ทั้งหมด และดูพฤติกรรมของประชาชนว่ายังคงป้องกันตนเองอย่างเข้มงวดหรือไม่ หากมีจำนวนผู้ป่วยกลับมาเพิ่มขึ้นก็ต้องรีบค้นหาสาเหตุ และทบทวนว่ามาตรการใดที่มีจุดอ่อนเพื่อเสริมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งเราต้องติดตามประเมินผลเป็นระยะและต่อเนื่อง สำหรับด้านการแพทย์ได้มีการเตรียมยา ชุดป้องกัน และอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องในการตรวจต้องจัดหาให้เพียงพอ เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการต่างๆอย่างเคร่งครัดต่อไป 

เมื่อถามถึง กรณีที่มีภาพประชาชนแย่งซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นพ.โสภณ กล่าวว่า จะต้องมีการจัดระเบียบ เช่นการเข้าแถวของผู้ซื้อ เป็นหน้าที่ของสถานประกอบการและห้างร้านที่ให้บริการควรจัดสถานที่ที่ลดความเสี่ยงของผู้ซื้อ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องไปมุงเพื่อแย่งซื้อ เพราะมีจำหน่ายเพียงพอ ผู้ซื้อควรสวมในหน้ากาก และล้างมือเพื่อลดความเสี่ยง

เมื่อถามว่า หากสถานพยาบาลที่จดทะเบียนทางเวชกรรมถูกต้องสามารถเปิดให้บริการได้ ในส่วนของสถานเสริมความงามสามารถเปิดได้หรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้เปิดคลินิกเสริมความงามในระยะนี้ มีเพียงแต่การอนุญาตเฉพาะคลินิกเวชกรรมเท่านั้น ส่วนอาชีพนางรำแก้บนขอให้สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย และเฟสชิล พร้อมทั้งจัดระยะห่างสถานที่ด้วย โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบดู ขอให้อย่าเกิดความแออัด ส่วนมาตรการเปิดสระว่ายน้ำนั้นจะมีการพิจารณาในระยะต่อไป ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะมีการผ่อนปรนให้.


ที่มา : เดลินิวส์ 4 พฤษภาคม 2563 | เว็บไซต์ : https://www.dailynews.co.th/politics/772625

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *