งานวิจัยชี้ โควิด-19 อาจส่งผลเลือดแข็งตัว – โรคหลอดเลือดสมอง

ยังต้องค้นคว้าต่อไปถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาวะหลอดเลือดสมองขนาดใหญ่ตีบตันและโรคโควิด-19 ที่เกิดในผู้ป่วยอายุน้อย

ซิดนีย์, 23 เมษายน 2563 (ซินหัว) – งานวิจัยล่าสุดที่ชาวออสเตรเลียมีส่วนร่วม ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) อาจส่งผลกระทบต่อระบบเลือดของผู้ป่วย และก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ในผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีอายุ 30 ถึง 40 กว่าปี

นักข่าวเอบีซี (ABC News) รายงานถ้อยคำของ โธมัส ออกซ์เลย์ นายแพทย์ชาวออสเตรเลีย หัวหน้าแผนกอภิบาลผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมประสาท โรงพยาบาลเมาท์ ไซนาย (Mount Sinai Hospital) ในนครนิวยอร์ก ที่กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (23 เมษายน 2563) ว่า ผู้ป่วยหลายรายมี “อาการแทรกซ้อนทางสมองจากโรคโควิด-19”

ออกซ์เลย์ ระบุว่า “เราพบว่าผู้ป่วยที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลเมาท์ไซนายมีอาการของโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น”

              “สิ่งที่เราพบคือโรคที่อย่างน้อยได้ก่อให้เกิดการแข็งตัวของเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงคิดว่ามีโอกาสที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น”

              ออกซ์เลย์ กล่าวว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอายุมากก็มีโรคหลอดเลือดสมองเช่นกัน แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า “ผู้ป่วยอายุน้อยเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นมาก”

สำนักข่าวเอบีซี รายงานข้อมูลจากงานวิจัยที่กำลังจะเผยแพร่ของออกซ์เลย์และเพื่อนร่วมงาน ว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงพยาบาลฯ พบผู้ป่วยที่เกิดกรณีดังกล่าว 5 รายในบรรดาผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี

              กลุ่มนักวิจัย ระบุว่า “ยังต้องค้นคว้าต่อไปถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาวะหลอดเลือดสมองขนาดใหญ่ตีบตันและโรคโควิด-19 ที่เกิดในผู้ป่วยอายุน้อย”

              ทั้งนี้ ออกซ์เลย์ ระบุว่า “ตอนนี้เราพบเพียงกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก แต่เราเก็บเกี่ยวข้อมูลได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”


ที่มา : คมชัดลึก 24 เมษายน 2563 | เว็บไซต์ : https://www.komchadluek.net/news/foreign/428493?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=foreign

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *